The War Cry Holy:Dir Last Lucifer 2
posted on 09 Oct 2009 16:02 by fashion-mer"อึ่ม!!~ท่านพี่นะ ท่านพี่ ทำกับข้าราวกับเด็กน้อย ข้าโตพอที่จะเข้าร่วมลงสนามรบแล้วด้วยซ้ำ"
มิคาเอลบ่นกระปริกระปอยไปตามทางเดินอย่างหัวเสีย พลางแกว่งดาบคู่กายไปมาโดยไม่กลัวว่าจะโดนใคร
ทหารสองนายที่ยืนเฝ้าหน้าประตู บริเวณริมระเบียงเห็นในท่าทางหัวเสียของมิคาเอลก็อดอมยิ้มขำไม่ได้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มนายนี้มิชอบให้ใครมายิ้มเยาะ
"มีอะไรน่าขัน พวกเจ้าหัวเราะทำไม"มิคาเอลเข่นเขี้ยวจ้องมองมาอย่างทหารสองนายที่เริ่มมีสีหน้าตระหนกตกใจ
"ปะ เปล่าขอรับ พวกเรามิกล้าเช่นนั้นหรอกขอรับ"หนึ่งในทหารสองนายตอบเสียงสั่นพลางส่ายหน้าไปมา
"แต่เมื่อกี้ข้าได้ยินพวกเจ้าหัวเราะท่าทางของข้าอย่างเต็มสองรูหู คงดูขำมาสิน่ะ"
มิคาเอลจ้องหน้าทั้งสองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ มือข้างที่ว่างของเขาเริ่มมีดวงไฟสีแดงอันร้อนแรงพุดขึ้น
"มิใช่ขอรับ พวกเราไม่ได้คิดเช่นนั้นขอรับ"ทั้งสองกุมด้ามหอกที่ถือไว้อย่างแน่น มีเรื่องกับใครไม่มี กลับไปมีเรื่องกับเทวดาที่อารมณ์ร้อนที่สุดอย่างมิคาเอล
"การโกหกมันเป็นสิ่งไม่ดีไม่ใช่เหรอ? พวกเจ้าโกหกข้าหน้าด้านๆ แบบนี้คงต้องโดนไฟโลกัณท์ที่แผดเผาอยู่นี้สักนิดกระมั้ง ถึงจะยอมปริปากพูดความจริง"
ด้วยความรวดเร็วมิคาเอลคว้าคอเสื้อของนายทหารหนึ่งนาย พร้อมกับค่อยๆจ่อเพลิงไฟที่ร้อนแรงเข้าไปใกล้ๆหน้าของทหารที่ถูกจับจนดิ้นไม่หลุด
ดวงไฟก็ค่อยๆเข้าไปใกล้
ที่ละนิด
ที่ละนิด
"ตุ้บ"
"โอ๊ย"
มิคาเอลร้องอย่างเจ็บปวดเมื่อมีบางอย่างกระแทกอย่างแรงเข้าที่ศีรษะของเขา เมื่อเขาหันหลังไปเพื่อจะเอาเรื่องก็ต้องชะงัก เพราะชายหนุ่มผมสีม่วงอ่อนราวกลับกลีบของดอกไวโอเล็ตยามแรกแย้มเป็นเพื่อนสนิทของเขาเอง
"กาเบรียลเจ้าตีหัวข้าทำไม!!"มิคาเอลโอดครวญ พลางดับดวงไฟที่ฝ่ามือเพื่อใช้มาคลำดูที่ศีรษะของตนแทน
"ข้าก็แค่ไม่อยากให้เจ้ารังแกพวกที่ไม่มีทางสู้เท่านั้น แล้วเจ้าจะใจเย็นบางไม่ได้เลยหรือไง เอะอะก็จะอาละวาดอย่างเดี๋ยว ข้าหวังว่าเจ้าคงไม่อยากถูกสังฆราชยูจีนเรียกไปเทศนาหรอกน่ะมิคาเอล"กาเบรียลเทศชุดใหญ่ก่อนจะปัดสันหนังสือที่ใช้ฟาดหัวเพื่อนหนุ่มราวกับมันจะมีรอยบิ่น
"เออๆข้าไม่ทำก็ได้ คราวนี้พวกเจ้ารอดไปน่ะ"มิคาเอลยังไม่วายหันไปขู่สองนายทหารที่นั่งกองอยู่กับพื้นด้วยความกลัวกับเหตุการณ์เมื่อกี้ และคงตะเป็นเหตุการณ์ที่ฝังใจไปอีกนาน
"ว่าแต่เจ้ามาทำไม?ใกล้จะได้เวลาพิธีแล้วอย่างเจ้าไม่น่าจะมาเตร็ดเตร่เอ้อระเหยลอยชายไปมาแถวๆนี้"มิคาเอลเก็บดาบคู่งามมายืนประจังหน้ากับกาเบรียล
"อู บอกให้มาตามเจ้า เห็นว่ามีของจะมาอวดอีกแล้ว"กาเบรียลตอบด้วยสีหน้าที่เฉยเมย อูที่เขาว่าหมายถึงอูริเอลชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่แสนจะเริงร่ายิ้มแย้มและบ้าได้ตลอดเวลาในสายตาของเขา
"ของมาอวด อู ทำอะไรออกมาก็ดูไร้ประโยชน์ คราวนี้ก็คงไม่ได้เรื่องอีกน่ะแหละ"มิคาเอลบ่นแต่ก็จำใจกางปีกของตน เพื่อไปยังจุดหมายเพราะว่าถึงยังไงก็ต้องเขาร่วมพิธีด้วยกันอยู่ดี การที่จะไปรวมกันก็ถือว่าไม่เสียหาย
"ก็ถือว่าฆ่าเวลาก่อนพิธีเริ่มก็แล้วกัน"กาเบรียลเอ่ยพลางกางปีกโผขึ้นท้องฟ้าสีครามตามมิคาเอล
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
"ทางนี้กาเบรียล มิคาเอล"เสียงๆหนึ่งตะโกนเรียกสองหนุ่มที่กำลังร่อนอยุ่บนท้องนภาให้ลงไปหาอย่างร้อนร้น
"มีไรมาอีกละ?ถึงต้องรีบเรียกมาอย่างเนี้ย"
มิคาเอลที่มีสีหน้าไม่ได้เต็มใจนักเอ่ยถามทันที่ที่ปลายเท้าแตะพื้น
"อูย~หน้าบูบี้มาแต่ไกลเชียว...มิคาเอล"
อูริเอลทำหน้าตาล้อเลียนมิคาเอล
"เดี๋ยวโดนดี... อู --*-- ข้ายิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่"
"ไม่เอาน่า...ข้าแค่ล้อเล่นเอง แหะๆ"
อูริเอลฉีกยิ้มแห้งๆเป็นการขอโทษมิคาเอลแทน
"เอาน่า...ทั้งสองหยุดเลย แล้วมีเรื่องอะไรหรืออูริเอล"
กาเบรียลขยับเข้ามาใกล้ทั้งสองเพื่อทำหน้าที่สงบศึก
"แต๊น แตน แต่น ดูนี้ซะก่อน"
อูริเอลแบมือเผยให้เห็นก้อนกลมๆขนาดเล็กๆบนฝ่ามือ
"นี้อะไร"มิคาเอลจ้องเขม่นด่อนจะเอ่ยถาม
"มีแค่นี้ใช่ไหม?"กาเบรียล ถามน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ภายใจในคิดอยากเดินหนีอูริเอลอย่างทันทีทันควัน
"ดูก่อนสิ"อูริเอลกำมือสักพักก่อนจะค่อยคลี่ออกอีกครั้ง ก้อนเล็กๆค่อยๆปริออกเผยให้เห็นใบสีเขียวๆ
และเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของต้นไม้ที่รูปร่างแปลกตาที่รูปร่างของดอกกลับเป็นเหมือนขวดโถสีเขียวๆ
"แล้วยังไง"
มิคาเอลถามต่้อ เจ้าตัวพลางสำรวจและลองแหย่มือเข้าไปในช่องเพื่อที่จะลองดูเกสรแต่กลับพบเพียงน้ำเหนียวๆ
"หยี้~แหวะ อะไรเนี้ย"
เขาว่าขึ้นอย่างหัวเสียพยายามสลัดน้ำเหนียวๆให้หมดจากนี้วมือ
"มันมีประโยชน์อะไร"
กาเบรียลยังยิ่งนิ่งมองดูพืชที่ไม่น่าไว้ใจอย่างไม่วางตา และกำลังคิดว่าเป็นโชคดีของตนที่ไม่แหย่นิ้วเรียวๆเข้าไป
"อีกไม่นานมันชื่อว่า Nepenthes mirabilis (หม้อข้าวหม้อแกงลิง)เอาไว้ดักจับแมลง"
อูริเอลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"มีประโยชน์ยังไงนะ"
กาเบรียลยังคงถามต่ออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"ดักจับแมลงที่มารบกวนไง"
อูริเอลยังคงเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ
"มิคาเอลจัดการได้ อยากทำอะไรก็เชิญ"
กาเบรียลหันไปบอกมิคาเอลที่ยังคงสาละวนเอานิ้วมือถูกับเสื้อไปมาด้วยความขยะแขยง
"แน่นอน เจ้าไม่บอกข้าก็จะจัดการอูริเอลอยู่แล้ว ตายแน่~!"
มิคาเอลเดินเข้าประชิดตัวอูริเอลที่พยายามหนี
"กะ ก็มันมีประโยชน์อะ ข้างล่าง บนโลก มันจะมีประโยชน์นะกับมุนษย์นะ"
อูริเอลเถียงอย่างตะกุกตะกละ
"จะไม่มีมุนษย์อยู่ที่นั้นอีกแล้ว บัญชาให้กวาดล้างคนบาปมาแล้ว!! เราจะรับแต่ลูกแกะบริสุทธิ์เท่านั้นขึ้นมาบนนี้! พวกนั้นจะได้อยู่ในสวรรค์ที่พระบัญชาได้รังสรรค์ฺไว้ เพราะพระบิดาทรงสัญญาไว้กับพวกเขาไว้...เพราะฉะนั้นข้างล่างที่เหลือก็คือพวกที่หลงผิดและไม่กลับใจ
ยังไงของแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์กับคนพวกนั้น อู"
หน้าของมิคาเอลห่างจากหน้าของอูริเอลเพียงไม่กี่เซนต์ มิคาเอลพูดราวเสียงกระซิบเพื่อให้อูริเอลได้ยินเพียงคนเดียว
"เฟี้ยว~ตุ๊บ!"
"ใครวะ!!"
มิคาเอลตะโกนอย่างเดือดดาลเมื่อมีกล่องสีเงินหนักๆตกลงมากระทบที่หัว
"อย่ามาฆ่ากันตรงนี้สิ มันจะเดือนร้อนข้า"
ชายหนุ่มนัยต์ตาสีฟ้าออ่นผมสีน้ำเงินอ่อนปรกต้นคอ ร่อนถลาลงมายืนเคียงข้างกาเบรียล
"เพิ่งกลับจากการตรวจเหล่าทหารที่ไปแนวหน้าเหรอ?ราฟาเอล"
กาเบรียลเอ่ยทักทายราวกับไม่ได้เห็นมาเนิ่นนาน
"อืม...เพิ่งเสร็จ บาดเจ็บระนาวบางตนร้องโวยวาย เลยยิ่งเสียเวลามาก"
ราฟาเอลเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ พลางหันไปทางมิคาเอล
"ขออุปกรณ์ปฐมพยาบาลข้าคืนด้วย"
เจ้าตัวคนโยนลงมาใส่หัวคนอื่น ยื่นมือมาขอคืนอย่างหน้าด้านๆไร้การขอโทษใด ๆ
"เอาไป!~"
คนเจ็บก็คืนให้แต่โดยดี แม้สายตาจะค้อนขวับ แต่มิคาเอลก็มิกล้าต่อกรกับราฟาเอล
"แล้วจะฆ่าอูริเอลทำไม?กัน"
ราฟาเอลเอ่ยถาม แต่คราวนี้กาเบรียลไม่ตอบเพียงแต่ชี้นิ้วๆปยังซากของต้นNepenthes mirabilisที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นดินอย่างน่าเวทนา
"เข้าใจแหละ"
ราฟาเอลมองอย่างพิจารณาก่อนจะเอ่ยขึ้นเรียบๆ ถึงตัวเขาจะไม่รู้ว่ามันคือต้นอะไรก็เถอะ แต่ถ้าเป็นความคิดของอูริเอลก็ไม่มีอะไรที่ต้องคิดต่อเลย
"ใช่ไหมละ!! ราฟาเอลเจ้าก็ว่าอูริเอลน่าจะโดนสักเปรี้ยง! ข้าขอจัดการละ"
มิคาเอลที่ได้โอกาสจะจัดการคนข้างหลัง แต่เมื่อหันกลับมาก็พบเพียงความว่างเปล่า
"หนีไปจนได้"
ราฟาเอลพูดพลางกวาดสายตาไปรอบๆแต่ก็ไร้แววของอูริเอล
"อย่าให้จับได้นะ แกตายแน่ๆอูริเอล!!!~"
มิคาเอลคำรามอย่างเดือดาลลั่นไปทั่วบริเวณ
"ไปดื่มชากันเถอะ อีกไม่นานงานสถาปนาแต่งตั้งเทพทั้ง7ก็จะเริ่มแล้ว ยังไงๆก็ต้องเจออูริเอลที่นั้นอยู่ดีแหละ"
กาเบรียลเอ๋ยชวนเพื่อตัดปัญหาเพราะไมุ่้รู้ว่าจะตามล่าอูริเอลให้เหนื่อยแรงเปล่าทำไมกัน...
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
"เฮ้อ"
เสียงทอดถอนหายใจของลูซิเฟอร์ดังมาอย่างเหนื่อยหน่าย หลังจากที่ได้ก้าวเท้าออกมาจากในสภา
"แค่การประชุมแค่นี้ กลับทำให้เจ้าเหนื่อยได้ถึงเพียงนี้เลยเหรอ?ท่านจอมทัพลูซิเฟอร์"
บุคคลที่มีใบหน้าและร่างกายราวเด็กชายวัย12 ผมสีทองเป็นประกายเจิดจ้า นัยน์ตาสีเขียวเป็นประกายเสมือนน้ำทะเลที่ต้องแสงตะวัน แต่งกายด้วยอาภรณ์แบบนักบวชชั้นสูง คลุมทับด้วยผ้าคลุมที่ได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดี พร้อมไม้คฑาสีทองรูปปีกและไม้กางเขน รวมไปถึงหมวกทรงสูงปลายแหลมมนที่มีลวดลายที่วิจิตรตระการตาแก่ผู้พบเห็น
"องค์สังฆราชยูจีน เป็นพระเมตตาแก่พวกข้าเสียจริง ที่ท่านทรงทักทายด้วยความเป็นห่วง"
ลูซิเฟอร์ก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการให้ความเคารพแก่ผู้ที่มียศเหนือกว่าตน
"แต่ท่านเองก็ยังดูอ่อนเยาว์ทุกที่ ที่เห็นเลยน่ะขอรับ"
ลูซิเฟอร์ตั้งใจพูดจากระทบสังฆราชยูจีนที่หยุดอายุตัวเองไว้ในร่างของเด็กน้อย
"แม้~ปากของเจ้าก็ยังดีเช่นเดิม เห็นที่ข้าต้องเอาไม้คฑาสั่งสอนสักครา เจ้าว่าดีไหม?คาออส"
สังฆราชยูจีนหันไปหาคาออสผู้ซึ่งยืนอมยิ้มอยู่ทางด้านขวามือ พร้อมกับใช้ไม้คฆทาเขกไปที่หัวลูซิเฟอร์อย่างเบามือ
"ข้าก็ว่าคงดีกระมังท่านสังฆราช ว่าแต่ท่านกำลังจะไปที่ใดหรือขอรับ? ถึงต้องแต่งองค์เสียเต็มยศ"
คาออสพูดพลาง มือของเขาก็เอื้อมมาจับประคองหมวกใบงามขององค์สังฆราชที่เบี้ยวให้อยู่ทรงสวย
"ข้าไม่ใช่เด็กน่ะ ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้" สังฆราชยูจีนปัดมือของคาออสไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ที่มีคนมาปฏิบัติกับตนราวเด็กน้อย เพราะแม้รูปลักษณ์ของเขาจะเป็นแบบนี้แต่อายุก็ปาเข้าไปเยอะเหมือนกัน
"อุย ต้องขออภัยอย่างยิ่งขอรับ ข้าพระองค์ลืมตัวไปหน่อย" คาออสรีบเก็บมือทั้งสองข้างโดยเร็ว เขามักจะโดนรูปลักษณ์ของสังฆราชหลอกให้ลืมตัวอยู่บ่อยๆโดยที่ยังไม่ชินสักที
"เอาเถอะ ข้ากำลังจะไปเป็นผู้มอบตำแหน่งคณะอัครเทพทั้ง7 แล้วเจ้าไม่ไปเหรอ? ลูซิเฟอร์ น้องชายของเจ้าได้รับการคัดเลือกให้ได้รับตำแหน่งด้วยมิใช่เหรอ?"
สังฆราชยูจีนหันมามองทางลูซิเฟอร์ พร้อมกับค่อยๆสยายปีกทั้งหกที่แสนบริสุทธิ์ออกมา
"เอาเถอะ ข้าจะไปรออยู่ที่งานก็แล้วกัน เพราะข้าเป็นบุคคลชั้นผู้ใหญ่ในงาน ถ้าขืนไปสายจะโดนเด็กเมื่อวานซืนแถวๆนี้ค่อนแคะเข้าอีก..."
ว่าไม่ว่าเปล่าสังฆราชยูจีน ก็ใช้ปีกทั้งหก โผบินจากพวกเขาไป พลางพูดทิ้งท้ายเพื่อประชดลูซิเฟอร์
"เฮ้อ ช่างเป็นหัวหน้าของเหล่าคณะเซราฟิมที่ช่างกวนได้จริงๆ"
ลูซิเฟอร์กอดอกพลางใช้สายตามองร่างของสังฆราชจนลาลับไป แต่เขาก็อดขำในสิ่งที่เขาต่อล้อต่อเถียงกับสังฆราชยูจีนไม่ได้ นั้นเป็นเพราะเขาสนิทกับสังฆราชยูจีนตั้งแต่ยังสมัยยังเป็นเพียงเทวทูตตนน้อยๆ
"ว่าแต่พวกเราจะไปหรือเปล่าละ ลูซิเฟอร์" คาออสเอ่ยถาม แต่ดูถ้าจะรู้คำตอบอยู่แล้วเพราะเขาก็กางปีกทั้งสองข้างออกมารอท่า
"เอาสิ ยังไงๆวันนี้ก็ว่างอยู่แล้ว"
ลูซิเฟอร์ไม่รอช้า เขากางปีกสีขาวนวลแล้วทะยานบินนำหน้าคาออส ทิ้งให้คาออสต้องเร่งตามหลัง
ณ.ห้องโถงกลางขนาดใหญ่ หอคู่เทวาเมื่อทั้งสองมาถึงพิธีก็เริ่มมาได้เกือบสักพักแล้ว...
สังฆราชยูจีนยื่นอยู่บนเวทีกำมะหยีสีแดง โดยมีเทวทูตทั้งเจ็ดที่ได้รับมอบตำแหน่งสำคัญคุกเข่าก้มหน้าลงกับพื้น
สังฆราชประกาศชื่อของทั้งเจ็ดอย่างกึกก้องไปทั่วห้องโถงกลางที่มีสักขีพยานรายล้อม เว้นไว้เพียงตรงกลางที่เป็นพรมแดงยาวจากทางประตูเข้ามาตรงเวที ที่กำลังประกอบพิธีสำคัญอยู่
"ณ.บัดนี้ในนามขององค์พระบิดา ข้าสังฆราชยูจีนผู้ได้รับคำสั่งจากองค์พระบิดาให้ทำหน้าที่แต่งตั้งคณะอัครเทวดา ขอประกาศว่า มิคาเอล กาเบรียล ราฟาเอล อูรีเอล ซารีเอล เรมีเอล ราเกล ทั้งเจ็ดได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้มียศอยู่ในอยู่ในคณะอัครเทวดา ณ เวลานี้และตลอดไป ขอให้พวกเจ้าทั้งหลาย จงดำรงตนอยู่ในคำสั่งสอนและพระวัจนะขององค์พระบิดา จนอย่าได้แปดเปื้อนหลงในลาภยศ จงมีความเมตตาเสมือนองค์พระบิดา จงสรรและเสริญในพระกรุณาเมตตาขององค์พระบิดา จงกู่ร้องประกาศก้องถึงพระสุรเสียงของพระบิดาแก่บุคคลอื่นที่กำลังหลงทาง จงยึดมั่นในหลักการของพระบิดาและหน้าที่ของตนอย่างเข้มแข็ง เหล่าพี่น้องเทพเทวา ณ.ที่นี้จงเป็นสักขีพยานในวัจนะของเรา อาเมน"
"อาเมน"เสียงนับร้อยในหอต่างแซ่ซ้องตอบรับอย่างรวดเร็ว
"จงเงยหน้าของพวกเจ้าขึ้น นับแต่นี้พวกเจ้าเปรียบเสมือนพี่น้องกัน จงรักใคร่ผูกใจกันไว้ จงดื่มเหล้าองุ่นสาบานตนต่อหน้าข้าเพื่อปฎิญาณตนเข้ารับตำแหน่งและเพื่อสาบานว่าพวกเจ้าจะรู้ รัก หน้าที่ของตนในภายภาคหน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามแต่ ขอให้เจ้าจงเชื่อในองค์พระบิดา อาเมน"
สังฆราชยูจีน เอื้อมมือหยิบแก้วเหล้าองุ่นที่ ถูกวางอย่างสวยงามบนเบาะรองกำมะหยี่พู่สีทอง พร้อมกับยื่นให้กับมิคาเอลเป็นบุคคลแรก
มิคาเอลคว้ามาจิบก่อนจะส่งต่อให้กาเบรียล เมื่อแก้วเหล้าเวียนจนครบทั้งเจ็ด ก็ถูกเก็บไป
ทั้งหมดต่างก้มหน้าลงอีกครั้ง
"บัดนี้พิธีอันเป็นมงคลได้เสร็จสิ้นลงแล้ว พวกเจ้าทั้งเจ็ดเป็นเทวทูตประจำคณะอัครเทวดาขอให้เคร่งครัดในหน้าที่ของตนเอง ขอให้พวกเจ้าทั้งหลายโชคดี องค์พระบิดาทรงคุ้มครอง อาเมน"
เมื่อกล่าวจบถึงตรงนี้ ทั้งเจ็ดที่นั่งอยู่ต่างก็ทยอยหลบมุม เพราะองค์สังฆราชกำลังเริ่มกางปีกหกข้างของตนออกมา 1คู่สำหรับบิน 1คู่เพื่อป้องกันแสงสว่างขององค์พระผู้เป็นเจ้า อีก1เพื่อปกคลุมเท้าของตนสังฆราชยูจีนเป็นหัวหน้าคณะของเซราฟิมผู้อยุ่ใกล้กับบังลังค์ของพระบิดามากที่สุด และเป็นหัวหน้าในการนำร้องเพลง the Thrice Holy บทเพลงที่ใช้ร้องขับขานในพิธีสำคัญต่างๆ
แต่ในครานี้องค์พระบิดามิได้อยู่ในที่นี้ จึงใช้ปีกเพื่อเป็นการบ่งบอกยศฐาของตนเท่านั้น
เสียงอันแสนไพเราะเสนาะหูได้ถูกขับขาน เพียงแค่ท่อนแรก
ก็ทำให้เหล่าเทวทูตที่มารวมงานต่างเงียบกริบ ราวกับต้องมนต์สะกด
หลังจากจบท่อนแรกไม่นานเหล่าคณะเซราฟิมที่ยืนอยู่เบื้องหลังของสังฆราชยูจีนภายใต้ผ้าคลุมสีขาวสะอาดตาต่างพากันร้องประสานเสียงบทเพลงท่อนต่อไปอย่างพร้อมเพรียง
สังฆราชยูจีนค่อยๆโผบินอย่างเชื่องช้าตรงไปยังประตูทางออกโดยมีคณะเซราฟิมที่เหลือขับขานบทเพลงตามหลัง ตบท้ายด้วยเหล่าเทวทูตนางฟ้าโปรยกลีบดอกไม้หลากหลายสีไปทั่วงาน
เมื่อทั้งหมดออกไปจนครบประตูบานใหญ่ ก็ได้ถูกปิดลง
จากนั้นเหล่าเทวดาหลากหลายตนก็ได้เขามาแสดงความยินดีแก่คณะอัครเทวดาทั้งเจ็ดตน
"ขอแสดงความยินดีด้วยน่ะ เรเกล กาเบรียล"
"นี้เพราะพระเมตตาขององค์พระเป็นเจ้าเป็นแน่แท้ ของแสดงความยินดีด้วยมิคาเอล ราฟาเอล"
"ข้าดีใจกับเจ้าจริงๆเลย อูรีเอล ซารีเอล เรมีเอล"
ทั้งเจ็ดต่างเคอะเขินและได้แต่ส่งยิ้มไปทั่วงานด้วยความอิ่มเอมใจ
"ดีใจด้วยน่ะ เจ้าน้องชายตัวแสบ รักษาหน้าที่ของตนให้ดีละ" ลูซิเฟอร์ใช้ฝ่ามือจับหัวของมิคาเอลขยี้ๆจนเป็นภาพที่เหล่าเทวทูตต่างๆพากันอดขำไม่ได้ในความรักใคร่
"โอยๆๆเจ็บ ข้าไม่ใช่เด็กนะ"มิคาเอลโอดครวญ พลางแกะมือของลูซิเฟอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย
"สำหรับข้า เจ้าก็เป็นเด็กวันยันค่ำนะแหละ จำไว้"ลูซิเฟอร์พูดไปหัวเราะไปอย่างเริงร่าดีใจที่ได้เห็นวันเวลาสำคัญของน้องชายตนเอง
"เอาละ พอได้แล้วลูซิเฟอร์ ไม่งั้นน้องเจ้าได้หมดหล่อเป็นแน่แท้ ดูผมสิ ยุ่งเหยิงเชียว"
คาออสว่าพลางจับให้มิคาเอลยืนนิ่งๆพร้อมกับจับแต่งผมให้ใหม่
"เจ้าก็ดูแลคนอื่นมาเกินไป เจ้าน่าจะหาภรรยาสักคนมาดูแลน่ะ คาออส"
ลูซิเฟอร์ว่าพลางตบบ่าของผู้เป็นเพื่อนอย่างเข้าใจนิสัย คาออสเป็นบุคคลที่ชอบดูแลผู้อื่นและชอบอะไรที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย
"หือ?ไม่ละ ข้ายังสนุกกับชีวิตโสด ไม่เหมือนเจ้ากับไลล่าหรอก เว้นแต่..."
คาออสหยุดมือแล้วหันมาทางลูซิเฟอร์ด้วยนัยต์ตาสือความหมาย..
"แต่อะไร"ลูซิเฟอร์ยังถามต่อ
"แต่เจ้าจะยอมมาแต่งกับข้าไง" คาออสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มพร้อมกับใช้มือเชยคางลูซิเฟอร์จนทำให้เหล่าเทวดาละแวกนั้นต่างหันมามองเป็นตาเดียวกัน
"จะบ้าเหรอ?เดี๊ยวข้าก็จับเจ้าโยนลงไปข้างล่างซะหรอก คาออส อย่าเล่นแบบนี้อีกนะ ข้าเสียวหลังวาบๆเลย" ลูซิเฟอร์สะบัดหน้าหนีพร้อมตะโกนโวยวาย จนคาออสกลั้นหัวเราะไม่อยู่
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าเข้าใจแล้ว จะไม่แกล้งเจ้าอีกก็แล้วกัน ฮ่า ฮ่า" คาออสใช้สองมือกุมท้องของตัวเองอย่างไม่ไหว
"ว่าแต่ไม่รีบไปหาไลลาเหรอ?ตั้งแต่กลับมาเจ้ายังไม่ได้ไปหานางกับพวกเด็กๆเลย"
คาออสใช้หลังมือปาดน้ำตาที่ไหลหลังกรอบแว่น พลางส่งยิ้มอย่างคนกะล่อนให้กับลูซิเฟอร์ที่ทำท่าพะอืดพะอมยืนห่างไปอีกหลายก้าว
"นั้นสิ งั้นข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน ไปแล้วน่ะไอ้น้องชาย"ลูซิเฟอร์ยังไม่วายหันไปขยี้หัวมิคาเอลต่อ จนทำให้กาเบรียลกับราฟาเอลคว้าแขนทั้งสองข้างของมิคาเอลแทบไม่ทันเพราะเจ้าตัวดูท่าจะออกอาการรำคาญในพฤติกรรมเอ็นดูของพี่ชายถึงขั้นจะลงดาบเลยที่เดียว...
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
edit @ 10 Oct 2009 17:23:41 by Kurei Back